ประเมินผลงาน Quiet Quitting และ Burnout พนักงาน: HR รับมืออย่างไรให้เป็นธรรม

อัปเดตล่าสุด 2026-08-29

ประเมินผลงาน Quiet Quitting และ Burnout พนักงานต้องทำอย่างไร

การประเมินผลงานพนักงานที่มีอาการ Quiet Quitting หรือ Burnout ต้องแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัด คือ ประเมินผลงาน (ตามเป้าหมายและมาตรฐานที่ตกลงกัน) กับ ประเมินสภาพจิตใจ/ความเหนื่อยล้า (ผ่านการพูดคุยและสังเกตพฤติกรรม) แล้วนำสองส่วนนี้มาประกอบกันเพื่อวางแผนพัฒนา ไม่ใช่การให้คะแนนต่ำเพียงเพราะพนักงาน "ดูเฉื่อย" โดยไม่หาสาเหตุ เพราะอาจทำให้เสียคนดีที่แค่ต้องการการช่วยเหลือ

Quiet Quitting คืออะไร ต่างจาก Burnout อย่างไร

Quiet Quitting หมายถึงพฤติกรรมที่พนักงานเลือกทำงานเท่าที่หน้าที่กำหนด ไม่อาสาทำเกินขอบเขต ไม่ตอบอีเมลนอกเวลางาน เป็นการ "ตั้งเขตแดน" อย่างมีสติ มักเกิดจากความรู้สึกว่าความทุ่มเทที่ผ่านมาไม่ได้รับการตอบแทนที่เหมาะสม

ส่วน Burnout คือภาวะหมดไฟจากความเครียดสะสมในการทำงาน มีลักษณะเด่นคือความอ่อนล้าทางอารมณ์ ความรู้สึกแปลกแยกจากงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง ต่างจาก Quiet Quitting ตรงที่ Burnout มักไม่ใช่การตัดสินใจ แต่เป็นผลจากร่างกายและจิตใจที่รับภาระเกินขีดจำกัด

ความสำคัญของ HR คือต้องแยกให้ออกว่าพนักงานคนนี้กำลัง "เลือก" ทำงานน้อยลง หรือ "ทำไม่ไหว" เพราะวิธีรับมือต่างกันโดยสิ้นเชิง

สัญญาณที่ควรสังเกตตอนประเมินผลงาน

หัวหน้างานและ HR ควรสังเกตสัญญาณต่อไปนี้ระหว่างรอบการประเมิน:

  • ผลงานลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากเคยทำได้ดี ไม่ใช่แค่ไตรมาสเดียว
  • ขาดการมีส่วนร่วมในที่ประชุม ไม่แสดงความเห็นเหมือนเดิม
  • ลาป่วยหรือลากิจถี่ขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
  • ปฏิเสธงานที่นอกเหนือหน้าที่บ่อยขึ้น หรือทำงานเสร็จตรงเวลาแต่คุณภาพลดลง
  • สื่อสารน้อยลงกับเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้า

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้บอกทันทีว่าเป็น Quiet Quitting หรือ Burnout แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ HR เปิดบทสนทนาก่อนที่จะให้คะแนนประเมินตามตัวเลขล้วน ๆ

วิธีประเมินผลงานอย่างเป็นธรรมเมื่อพบสัญญาณเหล่านี้

1. แยกข้อเท็จจริงกับความรู้สึก ให้คะแนนตามผลงานที่วัดได้จริง เช่น เป้าหมาย KPI หรือชิ้นงานที่ส่งมอบ อย่าให้ความรู้สึกส่วนตัวของหัวหน้าปนเข้ามาในคะแนน

2. เปิดพื้นที่พูดคุยแบบ 1-on-1 ก่อนสรุปผลประเมินอย่างเป็นทางการ ควรมีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจสาเหตุ เช่น ภาระงานเกินกำลัง ปัญหาทีม หรือความรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับ

3. ใช้ข้อมูลรอบด้าน (360 องศา) ไม่พึ่งพาความเห็นของหัวหน้างานคนเดียว เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนขึ้นว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากอะไร

4. แยกแผนพัฒนาออกจากแผนวินัย หากพบว่าเป็น Burnout ควรเน้นแผนฟื้นฟู เช่น ปรับภาระงาน ให้พักผ่อน หรือสนับสนุนด้านสุขภาพจิต มากกว่าการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร

5. ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ประเมินครั้งเดียวแล้วจบ ควรมีการติดตามทุกเดือนเพื่อดูว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง

เครื่องมือที่ช่วยให้ HR ประเมินได้เป็นระบบ

การประเมินผลงานพนักงานที่มีอาการ Quiet Quitting หรือ Burnout จะแม่นยำและเป็นธรรมขึ้นมาก หากมีแบบฟอร์มและเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เช่น แบบประเมินผลงานที่แยกตัวชี้วัดเชิงปริมาณกับเชิงพฤติกรรมออกจากกัน หรือแบบสอบถามสภาพการทำงานที่ช่วยดักจับสัญญาณความเหนื่อยล้าตั้งแต่เนิ่น ๆ

tonbaeb.com มีไฟล์เอกสาร HR หลากหลายประเภทที่ช่วยงานด้านนี้ได้ ในราคา 120 บาทต่อไฟล์ และหากซื้อครบ 10 ไฟล์จะลดเหลือ 100 บาทต่อไฟล์ทันที เหมาะสำหรับ HR ที่ต้องการชุดเครื่องมือประเมินผลงานครบวงจรโดยไม่ต้องเริ่มออกแบบเอง สามารถดูรายการไฟล์ทั้งหมดได้ที่หน้าสินค้า หรือเลือกซื้อเป็นแพ็กเกจเพื่อความคุ้มค่ากว่าซื้อทีละไฟล์

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกไฟล์ไหนดี ลองเข้าไปดูตัวอย่างและบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารผลงานเพิ่มเติมได้ก่อนตัดสินใจ

Quiet Quitting กับ Burnout ต่างกันอย่างไร

Quiet Quitting คือการเลือกทำงานแค่ตามหน้าที่โดยรู้ตัว ส่วน Burnout คือภาวะหมดไฟจากความเครียดสะสมที่ควบคุมไม่ได้และมักมีอาการทางกายร่วมด้วย

ควรประเมินผลงานพนักงาน Quiet Quitting เหมือนพนักงานทั่วไปหรือไม่

ควรใช้เกณฑ์ผลงานเดียวกันเพื่อความเป็นธรรม แต่ควรเสริมการพูดคุยแบบ 1-on-1 เพื่อหาสาเหตุก่อนตัดสินใจเรื่องคะแนนหรือแผนพัฒนา

มีแบบฟอร์มประเมินผลงานที่ช่วยดักจับสัญญาณ Burnout ได้หรือไม่

มี tonbaeb.com มีไฟล์แบบประเมินผลงานและแบบสอบถามสภาพการทำงานที่ช่วยสังเกตสัญญาณเชิงพฤติกรรมได้อย่างเป็นระบบ ราคา 120 บาทต่อไฟล์ หรือ 100 บาทต่อไฟล์เมื่อซื้อครบ 10 ไฟล์