ประเมินผลงานข้าราชการพลเรือน 2569 แบบฟอร์มและหลักเกณฑ์ที่ต้องรู้

อัปเดตล่าสุด 2026-08-15

การประเมินผลงานข้าราชการพลเรือนต้องใช้แบบฟอร์มที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งกำหนดให้ประเมิน 2 องค์ประกอบหลักคือ "ผลสัมฤทธิ์ของงาน" และ "พฤติกรรมการปฏิบัติราชการหรือสมรรถนะ" โดยมีสัดส่วนคะแนนตามที่ระเบียบกำหนด และต้องดำเนินการปีละ 2 รอบเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน หากส่วนราชการหรือหน่วยงานของท่านยังไม่มีแบบฟอร์มที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์นี้ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างและสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

ทำไมการประเมินผลงานข้าราชการจึงต่างจากภาคเอกชน

หลายหน่วยงานราชการเข้าใจผิดว่าสามารถหยิบแบบประเมินของภาคเอกชนมาใช้ได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วภาคราชการมีข้อกำหนดเฉพาะที่ผูกพันตามกฎหมายและระเบียบ ก.พ. อย่างชัดเจน ได้แก่

  • สัดส่วนคะแนนที่กำหนดตายตัว ระหว่างผลสัมฤทธิ์ของงานกับสมรรถนะ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือนและโบนัสของข้าราชการ
  • ผลการประเมินผูกพันกับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เช่น การเลื่อนระดับตำแหน่ง การต่อสัญญาจ้าง หรือการพิจารณาเกษียณก่อนกำหนด
  • ต้องมีการแจ้งผลและลงนามรับทราบอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถใช้เป็นหลักฐานทางราชการได้หากเกิดข้อโต้แย้ง

ด้วยเหตุนี้ แบบฟอร์มประเมินผลงานข้าราชการจึงต้องออกแบบให้รองรับทั้งมิติเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พร้อมช่องสำหรับการลงนามของผู้ประเมิน ผู้รับการประเมิน และผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปตามลำดับชั้น

องค์ประกอบสำคัญของแบบประเมินผลการปฏิบัติราชการ

แบบฟอร์มที่ใช้ในหน่วยงานราชการโดยทั่วไปควรมีองค์ประกอบดังนี้

  1. ข้อมูลทั่วไปของผู้รับการประเมิน เช่น ชื่อ ตำแหน่ง สังกัด ระดับ และรอบการประเมิน
  2. ผลสัมฤทธิ์ของงาน (Performance Agreement) ระบุตัวชี้วัดที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นรอบ พร้อมค่าเป้าหมายและผลที่ทำได้จริง
  3. พฤติกรรมการปฏิบัติราชการหรือสมรรถนะ แบ่งเป็นสมรรถนะหลักที่ราชการกำหนด และสมรรถนะเฉพาะตามสายงาน
  4. สรุปคะแนนรวมและระดับผลการประเมิน เช่น ดีเด่น ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง
  5. ช่องแสดงความคิดเห็นและแผนพัฒนา สำหรับผู้ประเมินระบุจุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และแผนพัฒนารายบุคคล (IDP)
  6. ช่องลงนามรับทราบผล ของผู้รับการประเมินและผู้บังคับบัญชา

การมีแบบฟอร์มที่ครบทุกองค์ประกอบข้างต้นจะช่วยลดข้อโต้แย้งและทำให้กระบวนการประเมินโปร่งใสตรวจสอบได้

ขั้นตอนการประเมินผลงานข้าราชการที่ถูกต้อง

โดยทั่วไปกระบวนการประเมินแบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก คือ

  • ต้นรอบ ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมกันกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายผลงาน (Performance Agreement) ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
  • ระหว่างรอบ ควรมีการติดตามความคืบหน้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อให้สามารถปรับปรุงหรือให้คำแนะนำได้ทันเวลา ไม่ปล่อยให้ถึงปลายรอบแล้วจึงประเมินย้อนหลัง
  • ปลายรอบ ประเมินผลจริงตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันไว้ แจ้งผลให้ผู้รับการประเมินทราบ และเปิดโอกาสให้ชี้แจงหรือโต้แย้งได้ตามกระบวนการ

การบันทึกทุกขั้นตอนลงในแบบฟอร์มที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหน่วยงาน จะช่วยให้ฝ่ายบุคคลรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอเลื่อนขั้นเงินเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงในการถูกร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นธรรม

เทคนิคการเขียนแบบประเมินให้ใช้งานได้จริง

ตัวชี้วัดที่ดีควรวัดผลได้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ เช่น ใช้จำนวนเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ระยะเวลาที่ใช้ ความถูกต้องของงาน หรือระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการ แทนการเขียนเป้าหมายกว้าง ๆ อย่าง "ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ" ซึ่งตีความได้หลายทาง นอกจากนี้ควรมีการถ่วงน้ำหนักคะแนนของแต่ละตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับความสำคัญของงานในแต่ละตำแหน่ง

หากหน่วยงานของท่านต้องการแบบฟอร์มประเมินผลงานข้าราชการพลเรือนที่ออกแบบไว้พร้อมใช้งาน ครบทั้งส่วนผลสัมฤทธิ์ของงานและสมรรถนะ สามารถเลือกดูไฟล์แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องได้ที่หน้า แคตตาล็อกไฟล์เอกสาร โดยไฟล์เอกสารมีราคา 120 บาทต่อไฟล์ และหากซื้อครบ 10 ไฟล์จะลดเหลือ 100 บาทต่อไฟล์ ซึ่งคุ้มค่าสำหรับหน่วยงานที่ต้องการชุดเอกสารประเมินผลครบวงจร ท่านสามารถดูแพ็กเกจที่รวมไฟล์ที่เกี่ยวข้องกันได้ที่หน้า แพ็กเกจไฟล์เอกสาร หรือหากพร้อมสั่งซื้อสามารถตรวจสอบรายการที่เลือกไว้ได้ที่ ตะกร้าสินค้า

สรุป

การประเมินผลงานข้าราชการพลเรือนไม่ใช่แค่การกรอกแบบฟอร์มตามรอบเวลา แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอิงหลักเกณฑ์ ก.พ. อย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องสัดส่วนคะแนน องค์ประกอบของแบบฟอร์ม และขั้นตอนการดำเนินงานตั้งแต่ต้นรอบจนถึงปลายรอบ การมีแบบฟอร์มที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้หน่วยงานราชการดำเนินการประเมินได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และลดความเสี่ยงในการถูกโต้แย้งภายหลัง ท่านสามารถศึกษาบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลเพิ่มเติมได้ที่หน้า บทความทั้งหมด

แบบประเมินผลงานข้าราชการพลเรือนต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ต้องมีข้อมูลผู้รับการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ของงานพร้อมตัวชี้วัด สมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะสายงาน สรุปคะแนนและระดับผล รวมถึงช่องลงนามรับทราบของทั้งผู้ประเมินและผู้รับการประเมิน

สัดส่วนคะแนนผลสัมฤทธิ์งานกับสมรรถนะเป็นเท่าไร

ส่วนราชการแต่ละแห่งกำหนดสัดส่วนตามกรอบที่สำนักงาน ก.พ. วางไว้ โดยทั่วไปให้น้ำหนักผลสัมฤทธิ์ของงานมากกว่าสมรรถนะ แต่รายละเอียดที่แน่นอนควรตรวจสอบจากประกาศของแต่ละส่วนราชการ

ผลการประเมินมีผลต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือนอย่างไร

ผลการประเมินแต่ละรอบจะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ ผู้ที่ได้ผลการประเมินในระดับดีเด่นหรือดีมากมักมีโอกาสได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นในอัตราที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติ