แบบประเมินผลงาน Administrative และฟอร์มประเมินผลเลขานุการ ฉบับใช้งานได้จริง
อัปเดตล่าสุด 2026-08-01
แบบประเมินผลงาน Administrative และฟอร์มประเมินผลเลขานุการ ฉบับใช้งานได้จริง
แบบประเมินผลงาน Administrative และฟอร์มประเมินผลเลขานุการที่ดี ควรประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ ข้อมูลพนักงานและตำแหน่งงาน หัวข้อประเมินตามหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก หัวข้อประเมินพฤติกรรมและทัศนคติในการทำงาน และช่องสรุปผลพร้อมแผนพัฒนา ซึ่งองค์กรสามารถนำโครงสร้างนี้ไปปรับใช้ได้ทันทีตามลักษณะงานของแต่ละตำแหน่ง
ทำไมตำแหน่ง Admin และเลขานุการต้องมีฟอร์มประเมินเฉพาะ
พนักงานสาย Administrative และเลขานุการมีลักษณะงานที่แตกต่างจากตำแหน่งอื่น เพราะต้องรับผิดชอบงานสนับสนุนหลายด้านพร้อมกัน ทั้งงานเอกสาร งานประสานงาน และงานที่เกี่ยวข้องกับความลับขององค์กรหรือผู้บริหาร หากใช้แบบประเมินทั่วไปที่ไม่เจาะจง อาจทำให้การประเมินไม่สะท้อนผลงานจริง และหัวหน้างานให้ feedback ที่ไม่ตรงจุด
การมีแบบฟอร์มเฉพาะตำแหน่งจึงช่วยให้การประเมินมีความเป็นธรรม วัดผลได้ชัดเจน และนำไปใช้พัฒนาพนักงานได้อย่างมีทิศทาง
องค์ประกอบสำคัญของแบบประเมินผลงาน Administrative
1. ข้อมูลพื้นฐานของพนักงาน
ระบุชื่อ ตำแหน่ง แผนก ระยะเวลาทำงาน และรอบการประเมิน เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนสำหรับการอ้างอิงในอนาคต
2. หัวข้อประเมินตามหน้าที่งาน (Job-based Criteria)
สำหรับตำแหน่ง Administrative ทั่วไป ควรครอบคลุมหัวข้อดังนี้
- ความถูกต้องและความเรียบร้อยของเอกสาร
- การบริหารจัดการเวลาและตารางงาน
- การประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอก
- ความสามารถในการใช้ระบบสำนักงานและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
- การจัดเก็บและดูแลข้อมูลอย่างเป็นระบบ
3. หัวข้อเฉพาะสำหรับเลขานุการ
ฟอร์มประเมินผลเลขานุการควรเพิ่มหัวข้อที่เจาะจงมากขึ้น เช่น
- การบริหารตารางนัดหมายและการเดินทางของผู้บริหาร
- การรักษาความลับของข้อมูลสำคัญ
- ทักษะการสื่อสารและมารยาทในการติดต่อกับลูกค้าหรือแขกภายนอก
- ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
4. หัวข้อประเมินพฤติกรรมและทัศนคติ
นอกจากผลงานที่จับต้องได้ ควรประเมินพฤติกรรมด้วย เช่น ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา การทำงานเป็นทีม และความสามารถในการปรับตัวเมื่อมีงานเร่งด่วน
5. ช่องสรุปผลและแผนพัฒนา
ส่วนสุดท้ายควรมีช่องให้หัวหน้างานสรุปจุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา และแผนการพัฒนาในรอบถัดไป เพื่อให้แบบประเมินไม่ใช่แค่การให้คะแนน แต่เป็นเครื่องมือพัฒนาพนักงานอย่างแท้จริง
วิธีกำหนดเกณฑ์คะแนนให้เหมาะสม
การกำหนดเกณฑ์คะแนนควรใช้มาตรวัดที่ชัดเจน เช่น สเกล 1-5 พร้อมคำอธิบายระดับคะแนนแต่ละระดับ เพื่อลดความคลุมเครือในการตีความ ตัวอย่างเช่น
- ระดับ 5 หมายถึง ปฏิบัติงานได้เกินความคาดหวังอย่างสม่ำเสมอ
- ระดับ 3 หมายถึง ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด
- ระดับ 1 หมายถึง ปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานและต้องได้รับการพัฒนาเร่งด่วน
การมีคำอธิบายระดับคะแนนที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ประเมินหลายคนให้คะแนนได้สอดคล้องกันมากขึ้น ลดปัญหาความลำเอียงในการประเมิน
ข้อควรระวังในการใช้แบบประเมิน
องค์กรควรหลีกเลี่ยงการใช้แบบฟอร์มเดียวกันกับทุกตำแหน่งโดยไม่ปรับแต่ง เพราะงาน Administrative และเลขานุการมีความหลากหลายตามลักษณะองค์กรและผู้บังคับบัญชาที่ดูแล ควรทบทวนและปรับปรุงหัวข้อประเมินอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของหน้าที่งานจริง
นอกจากนี้ ควรมีการสื่อสารเกณฑ์การประเมินให้พนักงานทราบล่วงหน้า ไม่ควรเปิดเผยเกณฑ์เฉพาะตอนประเมินผล เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาตนเองได้ตรงตามความคาดหวังขององค์กร
สรุป
แบบประเมินผลงาน Administrative และฟอร์มประเมินผลเลขานุการที่ดี ต้องออกแบบให้สะท้อนหน้าที่งานจริง มีเกณฑ์คะแนนที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้มีการพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแบบฟอร์มประเมินผลสำเร็จรูปที่ปรับใช้ได้ทันที สามารถเลือกซื้อไฟล์แบบประเมินในราคาเริ่มต้น 120 บาทต่อไฟล์ และหากซื้อครบ 10 ไฟล์จะลดเหลือเพียง 100 บาทต่อไฟล์ ดูไฟล์ทั้งหมดได้ที่ หมวดหมู่สินค้า หรือเลือกดู แพ็กเกจไฟล์เอกสาร HR ที่รวมแบบประเมินหลายตำแหน่งไว้ในชุดเดียวเพื่อความคุ้มค่า
หากต้องการอ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้า รวมบทความ
แบบประเมินผลงาน Administrative ควรมีหัวข้ออะไรบ้าง
ควรมีอย่างน้อย 4 ส่วน คือ ข้อมูลพนักงานและตำแหน่งงาน หัวข้อประเมินตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (เช่น การจัดการเอกสาร การประสานงาน) หัวข้อประเมินพฤติกรรมการทำงาน และช่องสรุปผลพร้อมข้อเสนอแนะจากหัวหน้างาน
ฟอร์มประเมินผลเลขานุการต่างจากแบบประเมินธุรการทั่วไปอย่างไร
ฟอร์มประเมินเลขานุการจะเน้นหัวข้อเพิ่มเติมด้านการบริหารตารางนัดหมายผู้บริหาร การรักษาความลับข้อมูล และทักษะการสื่อสารกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นหน้าที่เฉพาะที่ต่างจากงานธุรการทั่วไป
ควรประเมินพนักงาน Administrative บ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้ประเมินอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง และอาจมีการติดตามผลรายไตรมาสเพื่อให้หัวหน้างานสามารถให้ feedback ได้ทันเวลา ไม่ต้องรอถึงรอบประเมินใหญ่